ความหมายของเล็บ ลักษณะต่างๆของเล็บรูปทรงต่างๆ และวิธีการดูแลเล็บเบื้องต้น

ความหมายของเล็บ ลักษณะต่างๆของเล็บรูปทรงต่างๆ และวิธีการดูแลเล็บเบื้องต้น

เล็บ คือ ส่วนหนึ่งของผิวหนังมีลักษณะเป็นแผ่นเกล็ดใส มีหน้าที่คุ้มกันปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าซึ่งเป็นที่รวมของศูนย์ประสาทเช่นเดียวกับผิวหนัง และ เส้นผม อาการที่แสดงออกของเล็บย่อมบ่งบอกถึงสุขภาพของผู้ที่เป็นเจ้าของเล็บ เล็บที่ปกติสมบูรณ์ต้องแข็ง มีสีชมพูอ่อนๆผิวบนเล็บเรียบเกลี้ยง ปราศจากจุดด่างดำและปราศจากรอยตำหนิใดๆโดยปกติแล้วเล็บมีลักษณะเป็นรูปร่างที่แตกต่างกันซึ่งพอจะจำแนกได้เป็น แบบต่างๆดังนี้

  1. Round ทรงมน เป็นทรงที่ตะไบตามทรงรอบขอบเล็บที่ยาวออกมา จะไม่มีเหลี่ยมคม เหมาะสำหรับคนที่เล็บสั้น
  2. Oval ทรงมนไข่ เป็นลักษณะทรงมนและมีความยาวออกมาจากรอบขอบเล็บ ทรงเล็บทรงนี้ด้านข้างจะไม่ค่อยแข็งแรง เพราะถูกตะไบขอบข้างออก แต่เป็นทรงเล็บที่ได้รับความนิยม เพราะทำให้ดูสวยงามและอ่อนช้อยและมีความเป็นผู้หญิง
  3. Squoval ทรงเหลี่ยมมน ลักษณะเป็นทรงเหลี่ยมที่ถูกตะไบขอบข้างให้มนขึ้น มีความคมน้อย ทรงนี้เป็นอีกทรงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีความแข็งแรงคงทน ไม่ขีดข่วน และดูทันสมัย
  4. Square ทรงเหลี่ยม ลักษณะตะไบตรงจากด้านข้างทั้งสองข้าง และตัดตรงช่วงรอบขอบเล็บ ทรงนี้จะแหลมคม ขีดข่วนได้ง่ายมาก แต่มีความแข็งแรงคงทนสูง ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานเน้นการใช้งานของมือและผู้ที่เลี้ยงดูเด็ก
  5. Pointed ทรงแหลม หรืออัลมอล (Almond) เป็นทรงที่ถูกตะไบด้านข้างออกไปมาก และมีลักษณะแหลมมนด้านปลายเล็บ เล็บทรงนี้จะค่อนข้างอ่อนและแตกหักง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีเล็บที่แข็งแรง และเหมาะกับผู้ที่มีหน้าเล็บกว้าง

วิธีการบำรุงดูแลเล็บสำหรับผู้ที่ทาเล็บเป็นประจำ ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบเข้าร้านทำเล็บ หรือชอบทาสีสันบนเล็บเป็นประจำ เราขอแนะนำให้คุณใส่ใจกับเล็บมากกว่าปกติ
วิธีการป้องกันดังต่อไปนี้
ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ โดยควรตัดให้ได้รูปทรง แนะนำให้ตัดหลังจากอาบน้ำ และเมื่อตัดเสร็จแล้วควรใช้ครีมทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นตามไปด้วย
ควรทาครีมทามือภายหลังจากที่มือเปียก เพราะผิวที่เปียกจะช่วยทำให้ครีมแทรกซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น  ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทาเล็บที่เสริมความแข็งแรงให้กับเล็บ หลีกเลี่ยง

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ Toluene sulfonamide หรือ Formaldehyde เพราะสารเคมีเหล่านี้จะก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ และถ้าเป็นไปได้ควรใช้สารที่เป็นธรรมชาติจะดีที่สุด สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากสถาบันสอนทำเล็บ เพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการทำเล็บแบบต่างๆที่ถูกต้องค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here