ประเภทของการต่อเล็บ

  1. การต่อด้วยเจล(gel)
    การต่อด้วยเจล เป็นการต่อเล็บด้วยเจล ที่มีลักษณะเป็นของเหลวข้น หนืดเหนียว แข็งตัวเป็นแผ่นเมื่อสัมผัสกับแสง UV  คุณสมบัติของเจลที่ใช้ต่อเล็บนั้น มีความยืดหยุ่นสูงเป็นพิเศษ ทำให้คนที่เลือกต่อเล็บเจล รู้สึกเบาและไม่เจ็บหน้า สำหรับคนที่ต่อเล็บเจลนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนที่ไม่ชอบไว้เล็บยาวมากนัก
  2. การต่อเล็บด้วยลินิน(linin)
    การต่อเล็บด้วยลินิน เป็นการต่อเล็บที่ใช้หลักการเดียวกับการต่อเล็บด้วยไฟเบอร์กลาส แต่ใช้ลินินแทนไฟเบอร์กลาส
  3. การต่อเล็บด้วยไหม(silk)
    การต่อเล็บด้วยไหม เป็นการต่อเล็บที่ใช้หลักการเดียวกับการต่อเล็บด้วยไฟเบอร์กลาส แต่ใช้เส้นไหมแทนไฟเบอร์กลาส แต่การต่อเล็บทั้ง 3 แบบที่ กล่าวมาข้างต้นจะมองเห็นเส้นของไฟเบอร์กลาส ไหม หรือลินิน จึงมีข้อจำกัดในการทาเล็บ เช่น ไม่สามารถต่อเล็บให้สวนประณีตได้ ทำให้คนทั่วไปไม่นิยมเสริมต่อเล็บด้วยวิธีดังกล่าวนี้
  4. การต่อเล็บด้วยอะครีลิค(acrylic)
    การต่อเล็บด้วยอะครีลิค เป็นการต่อเล็บด้วยวัสดุที่มีลักษณะเป็นผง polymer ผสมกับน้ำยา monomer เมื่อรวมกันจะแข็งตัวเป็นแผ่นพลาสติกชนิดแข็งบนเล็บ และยื่นยาวออกไปตามลักษณะที่เสริมต่อ ซึ่งในปัจจุบันนั้นมีโรงเรียนสอนทำเล็บหลายโรงเรียนที่นำอาเทคนิคการสอนต่อเล็บอะคลิลิคนี้มาเปิดเป็นหลักสูตรที่ใช้สอน
  5. การต่อเล็บด้วยไฟเบอร์กลาส(fiberglass)
    การต่อเล็บด้วยไฟเบอร์กลาส เป็นการติดเล็บพลาสติกชนิดที่ติดตั้งแต่กลางเล็บจนถึงปลายเล็บบนเล็บจริง ตัดเล็บพลาสติกให้ได้ความยาวตามต้องการตะไบหน้าเล็บทั้งหมด ทาเจล 1 ชั้น วางแผ่นไฟเบอร์กลาส ซึ่งมีลักษณะเหมือนตาข่ายทับบนเล็บ ทากาวทั้งเล็บ ทาเจลเคลือบ 1 ชั้น ฉีดน้ำยาเร่งปฎิกริยาให้แห้งเร็ว และตะไบเล็บเป็นขั้นตอนสุดท้าย
  6. การต่อเล็บด้วยพลาสติก(tip)
    การต่อเล็บด้วยพลาสติก เป็นการนำเล็บพลาสติกติดบนเล็บจริงด้วยกาวสำหรับติดเล็บ หรือเทปสองหน้าชนิดบาง เป็นการต่อเล็บด้วยการใช้พลาสติกแทนที่จะเป็นอะคริลิคหรือเจล ซึ่งปัจจุบันมีเล็บพลาสติกให้เลือกมากมายทั้งที่ไม่มีสี และที่มีลายสำเร็จ

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here