การต่อเล็บเจล หรือการต่อยูวีเจล ที่เป็นธรรมชาติ เบา และไม่มีกลิ่นแรง

       การต่อเล็บเจลจะดูเป็นธรรมชาติ เบา และไม่มีกลิ่นแรง ไม่มีกาวเป็นส่วนผสมไปใช้กรดไพรเมอร์ในขั้นตอนการต่อเล็บ ผลข้างเคียงหรือข้อเสียต่างๆจะน้อยกว่าอาทิเช่น ปัญหาหน้าเล็บพัง เล็บร่อนหรือปัญหาเล็บเหลือง น้ำหรือของเหลวต่างๆไม่สามารถซึมเข้าไปได้ เจลมีลักษณะเป็นของเหลวเหนียวข้นจะแข็งตัวก็ต่อเมื่อได้รับการสัมผัสจากแสงยูวีเจล

คุณสมบัติของเล็บเจลมีความยืดหยุ่นมีความและมีความมันวาวทำให้ดูสวยงาม เจลจะไม่ดึงรั้งหน้าเล็บและไม่ทำให้เล็บเปราะบาง

    การถอดเล็บแบบต่างๆ

การถอดเล็บต่อมีอยู่หลากหลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องเจียร การใช้น้ำยาถอด การแช่น้ำอุ่น หรืออีกมากมาย วันนี้เรามาดูก่อนว่าการต่อเล็บแบบใดเหมาะสมกับการถอดในลักษณะใด

การต่อเล็บอะคลิลิค เหมาะสำหรับการใช้น้ำยาถอด หากเล็บมีความหนาเกินไปให้ใช้ตะไบหรือเครื่องเจียร ตะไบออกนิดหน่อยหลังจากนั้นก็ห่อด้วยน้ำยาถอดอะคลิลิค

การต่อเล็บเจล เมื่อก่อนไม่มีน้ำยาตัวใดสามารถถอดเจลหรือทำละลายเจล การถอดเจลแต่ละครั้งต้องอาศัยการตะไบอย่างเดียว ได้แต่ตอนนี้ด้วยนวัฒนกรรมที่ทันสมัยขึ้นทำให้มีน้ำยาถอดเล็บเจลด้วยเฉพาะ

การต่อเล็บ PVC วิธีนี้จะง่ายที่สุด เพียงน้ำมือไปแช่น้ำอุ่นสัก 15 นาที ก็ช่วยให้คราบกาวและเล็บหลุดออกมาอย่างง่าย

  วิธีการล้างเล็บเจล ถอดเล็บเจล ถอดเล็บอะคลิลิค

        การล้างสีเจลออกก็สามารถทำได้ที่บ้านแต่ต้องระวังเป็นพิเศษ คุณต้องมีอะซีโตน 100 เปอร์เซ็นต์หรือน้ำยาล้างเล็บเจลที่หาซื้อได้จากร้านขายยาหรือร้านเสริมความงามทั่วไป แม้ว่าจะมีราคาแพงแต่ก็รุนแรงน้อยกว่าอะซีโตนบริสุทธิ์ วิธีล้างคือ จุ่มสำลีก้อนลงในอะซีโตนหรือน้ำยาล้างเล็บเจลและวางไว้ที่ด้านบนของเล็บ ห่อด้วยกระดาษฟอยล์จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดมือห่อหุ้มมือของคุณไว้เมื่อสีเจลเริ่มแตกหรือหลุดลอกออกให้ใช้ไม้ขูดจมูกเล็บเบาๆเพื่อทำความสะอาดสีเจลออกจากเนื้อเยื่อใต้เล็บ อย่าตะไบหรือขูดรุนแรงเด็ดขาด! นอกจากนี้คุณควรบำรุงเนื้อเยื่อใต้เล็บให้มีความชุ่มชื้นด้วยน้ำมันบำรุงเล็บและครีมบำรุงผิว

     วิธีการบำรุงและดูแลเล็บหลังจากการต่อเล็บเจล

เมื่อต่อเล็บแล้วสิ่งที่ตามมานั้นก็คือเล็บและนิ้วมืออาจจะแห้งเป็นพิเศษเพราะว่าในทุกขั้นตอนของการต่อเล็บนั้นมีการใช้สารเคมีค่อนข้างเยอะทั้งตอนต่อเล็บและตอนถอด วันนี้เรามาดูวิธีการดูแลเล็บกันดีกว่าจ้า

1. ทาครีมบำรุงให้ทั่วมือและเล็บแล้วนวดให้ครบทุกนิ้วประมาณ 5 นาที

2. หมั่นทาน้ำมันบำรุงโคนเล็บรอบๆเล็บ เพื่อเป็นการบำรุงวิตามินอีให้ผิวหนังและเล็บให้มีความชุ่มชื้น

3. การทำพาราฟินนั้นก็สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเล็บและขอบเล็บได้เช่นกัน

4. มาร์คเล็บเพื่อดีท็อกซ์เอาสารเคมีออก และอาจจะมีการบำรุงเพิ่มด้วยเคราติน

5. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

       ในการทำเล็บแบบต่างๆ ควรรู้ขั้นตอนในการทำเล็บที่ถูกต้อง เนื่องจากขั้นตอนต่างๆ มีรายละเอียดซับซ้อนมาก หากไม่รู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง อาจจะทำให้เล็บเสียหายได้ สามารถหาความรู้เพิ่มเติมจากสถาบันสอนทำเล็บที่เปิดสอน และสามารถต่อยอดธุรกิจได้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here