วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 20, 2019

อุปกรณ์การต่อเล็บในเบื้องต้น

เมื่อเราอยากทำเล็บหรือเพ้นท์เล็บตัวเองเติมแต่งเล็บมือและเล็บเท้าให้ดูดีและมีสีสันแต่เราไม่รู้เลยว่าการเพ้นท์เล็บนั้นต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง แล้วอุปกรณ์การทำเล็บแต่ละอย่างทำหน้าที่อะไรและมีวิธีการเก็บรักษาอย่างไร วันนี้เราจะทำความรู้จักกับอุปกรณ์เพ้นท์เล็บเบื้องต้นกัน 1.น้ำยารองพื้น และน้ำยาเคลือบเล็บ ( Top and Base Coat ) น้ำยารองพื้นจะช่วยให้การทาสีทาเล็บเรียบเนียนง่ายขึ้น ส่วนน้ำยาเคลือบใส จะช่วยทำให้สีทาเล็บติดทนนานยิ่งขึ้นและทำให้สีเงางาม 2.สีทาเล็บ จำเป็นต้องใช้เพราะก่อนการเพ้นท์หรือวาดภาพนั้นจะต้องมีการรองพื้นด้วยสีทาเล็บก่อน 3.สีสำหรับ เพ้นท์เล็บ เช่น สีอะคริลิก ( Acrylic ) สีน้ำมันชนิดกันน้ำ สามารถหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนทั่วไป...

รูปทรงของเล็บแบบต่างๆ

เล็บ คือ ส่วนหนึ่งของผิวหนังมีลักษณะเป็นแผ่นเกล็ดใส มีหน้าที่คุ้มกันปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าซึ่งเป็นที่รวมของศูนย์ประสาทเช่นเดียวกับผิวหนัง และ เส้นผม อาการที่แสดงออกของเล็บย่อมบ่งบอกถึงสุขภาพของผู้ที่เป็นเจ้าของเล็บ เล็บที่ปกติสมบูรณ์ต้องแข็ง มีสีชมพูอ่อนๆผิวบนเล็บเรียบเกลี้ยง ปราศจากจุดด่างดำและปราศจากรอยตำหนิใดๆโดยปกติแล้วเล็บมีลักษณะเป็นรูปร่างที่แตกต่างกันซึ่งพอจะจำแนกได้เป็น แบบต่างๆดังนี้  1. Round ทรงมน เป็นทรงที่ตะไบตามทรงรอบขอบเล็บที่ยาวออกมา จะไม่มีเหลี่ยมคม เหมาะสำหรับคนที่เล็บสั้น 2. Oval ทรงมนไข่ เป็นลักษณะทรงมนและมีความยาวออกมาจากรอบขอบเล็บ ทรงเล็บทรงนี้ด้านข้างจะไม่ค่อยแข็งแรง เพราะถูกตะไบขอบข้างออก แต่เป็นทรงเล็บที่ได้รับความนิยม เพราะทำให้ดูสวยงามและอ่อนช้อยและมีความเป็นผู้หญิง 3. Squoval ทรงเหลี่ยมมน ลักษณะเป็นทรงเหลี่ยมที่ถูกตะไบขอบข้างให้มนขึ้น มีความคมน้อย ทรงนี้เป็นอีกทรงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีความแข็งแรงคงทน ไม่ขีดข่วน และดูทันสมัย 4. Square ทรงเหลี่ยม ลักษณะตะไบตรงจากด้านข้างทั้งสองข้าง และตัดตรงช่วงรอบขอบเล็บ ทรงนี้จะแหลมคม ขีดข่วนได้ง่ายมาก แต่มีความแข็งแรงคงทนสูง ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานเน้นการใช้งานของมือและผู้ที่เลี้ยงดูเด็ก 5. Pointed ทรงแหลม หรืออัลมอล (Almond) เป็นทรงที่ถูกตะไบด้านข้างออกไปมาก และมีลักษณะแหลมมนด้านปลายเล็บ เล็บทรงนี้จะค่อนข้างอ่อนและแตกหักง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีเล็บที่แข็งแรง และเหมาะกับผู้ที่มีหน้าเล็บกว้าง

มารู้จักรูปแบบของร้านทำเล็บก่อน เพื่อหาข้อมูลก่อนเปิดธุรกิจร้านทำเล็บ

มารู้จักรูปแบบของร้านทำเล็บก่อน เพื่อหาข้อมูลก่อนเปิดธุรกิจร้านทำเล็บ 1. ร้านขนาดเล็ก ร้านลักษณะนี้มักจะใช้เงินทุนในการเริ่มต้นไม่มากและอุปกรณ์ ในการทำเล็บที่ไม่มาก จะพบได้ตามตลาดนัดทั่วไปหรือถนนคนเดินและในย่านชุมชนที่มีคนพลุกพล่าน ส่วนบริการหลักๆในร้านขนาดเล็กก็คือการเพ้นท์เล็บการต่อเล็บการทาสีเล็บ อัตราค่าบริการประมาณ 100 ถึง 500 บาท 2. ร้านทำเล็บขนาดกลาง อาจเป็นห้องขนาดเล็บที่อยู่ในตลาดหรือตามอาร์พาทเม้นท์ อยู่ในย่านชุมชน ตามตลาด ร้านลักษณะนี้มีการลงทุนใช้อุปกรณ์ที่มากขึ้น ตามอัตราส่วน ค่าใช้จ่ายก็จะมากขึ้นแต่ข้อดีก็คือสามารถรับลูกค้าได้มากขึ้น และถ้าเป็นร้านที่ให้บริการดีลูกค้าก็จะประทับใจทำให้ลูกค้าแนะนำต่อๆกันมาเพื่อมาใช้บริการ อัตราค่าบริการก็จะอยู่ที่ 300 บาทถึง 1000 บาทหรือตามความเหมาะสมของแต่ละร้านที่จะคิดราคา 3. ร้านขนาดใหญ่ เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูงและเป็นร้านระดับพรีเมี่ยม มีการตกแต่งร้านให้สวยงามและหรูหราและดูมีราคาแพง มีการลงทุนอุปกรณ์ต่างๆที่หลากหลายขึ้น มีบริการอื่นๆมากขึ้นนอกเหนือจากการทำเล็บและเพ้นท์เล็บการต่อเล็บอาจจะมีการทำสปามือเท้า และบริการอื่นๆเกี่ยวกับสุขภาพของเล็บเพิ่มมากขึ้น และ ร้านขนาดใหญ่นี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ขั้นต่ำ 500 บาทถึงหลักพันขึ้นไป ส่วนข้อดีของร้านนี้ก็คือการตกแต่งร้านให้ดีก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับลูกค้า แต่ค่าบริการที่สูงอาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการลงทุนก็จะสูงเช่นกัน แต่ถ้าหากลูกค้าประทับใจและมาใช้บริการอย่างต่อเนื่องก็สร้างรายได้อย่างมากมายเช่นกัน ปัจจุบันนี้ ธุรกิจร้านทาเล็บ เป็นธุรกิจที่ทำกำไรสูงมาก โดยเฉลี่ยทำเล็บต่อครั้งก็ประมาณ 300-800 บาท ต่อคนแล้ว และก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจาก ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เรียนเพ้นท์เล็บ...

บทความล่าสุด